ข่าวเลือกตั้ง ประเทศไทย 2562 วันเลือกตั้ง

ติดตามข่าวสาร การเลือกตั้ง 2562 วันเลือกตั้ง กำหนดเลือกตั้ง ผลเลือกตั้งล่าสุด 

วันที่ 12 กันยายน 2562 ราชกิจจานุเบกษาลงประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) 2 ฉบับ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561
และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

โดย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลบังคับใช้หลังจากวันประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 90 วัน คือ เดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งจะตรงกับช่วงที่ คสช.ระบุจะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองหาเสียงเลือกตั้งได้

สำหรับวันเลือกตั้งจะต้องจัดขึ้นภายใน 150 วันหลัง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ คือ ไม่เกินเดือน พ.ค. 2562 แต่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ว่าน่าจะจัดเลือกตั้งได้ 24 ก.พ. 2562

ข่าวเลือกตั้ง รัฐบาลได้นำร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปเมื่อ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 90 วันช่วงที่สอง จะอยู่ในระหว่าง 15 ก.ย.-15 ธ.ค. ทั้งนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าวตามที่รองนายกฯ ชี้แจงมีรายละเอียด ดังนี้

  • ประเด็นแรก การประชุมใหญ่ของพรรค : ให้พรรคการเมืองจัดการประชุมได้ แต่ในระหว่างนี้หากพรรคใดต้องการเรียกประชุมให้ทำหนังสือขออนุญาตจาก คสช. เป็นรายกรณีไป ซึ่งที่ผ่านมา คสช. อนุญาตให้ตามคำขอ 40 จากทั้งหมด 60 รายการ
  • ประเด็นที่สอง การจัดตั้งสาขาพรรค : จะปลดล็อกให้พรรคจัดประชุมใหญ่, ทำการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี) และคัดเลือกตั้งผู้สมัครได้โดยไม่ต้องมี “หัวหน้าสาขา” ครบทั้ง 4 ภาค
  • ประเด็นที่สาม การแบ่งเขตเลือกตั้ง : กกต. จะใช้เวลา 60 วันในการแบ่งเขตเลือกตั้ง และอีก 30 วันในการทำไพรมารี ซึ่งเป็นกำหนดเท่ากับ 90 วันช่วงที่สองพอดี
  • ประเด็นที่สี่ การจัดการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมมารี) : พล.อ.ประวิตรรับข้อเสนอในที่ประชุมพรรคการเมืองวันนี้ ไปแจ้งต่อที่ประชุม คสช. กกต. และ กรธ. โดยมี 3 แนวทางคือ เปลี่ยนการทำไพรมารีแบบรายเขตเป็นแบบรายภาค หรือให้ยกเลิกระบบไพรมารีไปเลย หรือให้เลื่อนการนำไพรมารีไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าแทน

โดย มาตรา 268 รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 150 วัน นับจากวันที่กฎหมายเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ

ดังนั้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ได้แก่

  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

ดังนั้น ปฏิทินการจัดเลือกตั้ง จะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2562 โรดแมปเลือกตั้งของ คสช.(คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ที่ประกาศไว้ว่า จะมีการเลือกตั้งในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2562 อาจยังไม่แน่นอน

ทั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าก่อนจะไปสู่การเลือกตั้ง ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับนี้ต้องมีผลบังคับใช้ก่อน คือ กฎหมาย กกต. กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมาย ส.ว. และ กฎหมาย ส.ส. จากนั้นให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน

ก่อนเลือกตั้ง ขั้นตอนจากนี้ไป คือ

                  1. กระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่ง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ บอกไว้ว่าน่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ภายในเดือนมิถุนายน

                  2. ขั้นตอนที่ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 146 กำหนดเวลาไว้ภายใน 90 วัน

                  3. หากพระมหากษัตรย์ทรงเห็นชอบ จะเป็นขั้นตอนประกาศกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ให้มีผลบังคับใช้ในอีก 90 วันข้างหน้า

                  4. หลังจากกฎหมายเลือกตั้งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะต้องมีการดำเนินการตามคำสั่งข้อ 8 ของคำสั่งตามมาตรา 44 เรื่องแก้กฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งจะมีอยู่ 2 ส่วน คือ ครม.แจ้ง คสช.ให้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมาย หรือประกาศ คสช. หรือ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินการของพรรคการเมือง หรือ เรียกง่ายๆว่า “เพื่อปลดล็อกพรรคการเมือง”

                  ส่วนที่สอง คือ การจัดทำแผนไปสู่การเลือกตั้ง โดยให้ ครม.และ คสช.หารือกับกกต. กรธ. ประธาน สนช. ซึ่งส่วนนี้เมื่อวันก่อน “บิ๊กตู่” ใช้คำว่า “แม่น้ำ 5 สาย”

                  ในขั้นตอนนี้อาจจะเชิญพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง มาร่วมหารือด้วยก็ได้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.

นายสันทัด ศิระอนันต์ไพบูลย์

นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย

นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี

นายปกรณ์ มหรรณพ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.

เลือกตั้ง2562-ประเทศไทย

ราชกิจจานุเบกษา พระราชโองการโปรดเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง 2562

ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชโองการโปรดเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.- การได้มาซึ่ง ส.ว. เลือกตั้ง 2562 วันที่ 12 ก.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2561 จำนวนทั้งสิ้น 99 มาตรา โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันถัดไปนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง...

รายชื่อ พรรคการเมือง ประเทศไทย 2018

พรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชากรไทย

พรรคกิจสังคม

พรรคมหาชน

พรรคกสิกรไทย

พรรคเพื่อฟ้าดิน

เดิมชื่อ พรรคสหกรณ์

พรรคความหวังใหม่(1)

พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย

พรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อแผ่นดิน

พรรคชาติพัฒนา (พ.ศ. 2550)

พรรคแทนคุณแผ่นดิน

พรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคอนาคตไทย

พรรคธรรมาภิบาลสังคม

พรรคมาตุภูมิ

เดิมชื่อ พรรคราษฎร

พรรคภูมิใจไทย

พรรคประชาสันติ

เดิมชื่อ พรรคธรรมาธิปัตย์

พรรคประชาธรรม

พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย

เดิมชื่อ พรรคการเมืองใหม่

พรรคไทยรวมพลัง

พรรคพลังคนกีฬา

พรรคเสรีนิยม

พรรครักประเทศไทย

พรรคประชาสามัคคี

พรรคไทยมหารัฐพัฒนา

พรรคเพื่อธรรม

พรรคประชาธิปไตยใหม่

พรรครักษ์สันติ

พรรคพลังชล

พรรคสร้างไทย

พรรคยางพาราไทย

พรรคครูไทยเพื่อประชาชน

พรรคพลังสหกรณ์

ที่มาพรรคการเมือง วิกิพีเดีย

กลุ่มสามมิตร

ใครเป็นใคร ในสามมิตร

สมศักดิ์ เทพสุทิน เริ่มต้นชีวิตในสนามการเมืองระดับชาติจากการได้รับเรื่องตั้งเป็น ส.ส. สุโขทัย ตั้งแต่ปี 2526 ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในสมัยรัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูร ต่อมาในยุครัฐบาลชวน หลักภัย รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และรัฐบาลชวนสอง ก่อนย้ายมาสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งปี 2544 ซึ่งถือเป็นคนสำคัญของพรรคไทยรักไทยในเวลานั้นเพราะตลอดระยะเวลาของรัฐบาลทักษิณ 1 และ 2 ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่เข้าไม่ได้ดำรงในระดับรัฐมนตรี

สมศักดิ์ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นแกนนำกลุ่มทางการเมืองในพรรคไทยรักไทย ที่ชื่อว่ากลุ่มวังน้ำยม ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สูงของไทยรักไทยในเวลานั้น มี ส.ส. สังกัดอยู่ในกลุ่มนี้ราว 120 คน

หลังการรัฐประหาร 2549 สมศักดิ์และกลุ่มวังน้ำยมได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทย ไปจัดตั้งกลุ่มของตัวเองขึ้นมาใหม่ ใช้ชื่อว่า “กลุ่มมัชฌิมา” ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบพรรค ก่อนจะกลับมาใหม่ใต้ร่มพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งมีอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ที่สุดแล้วก็ถูกตัดสินยุบพรรคอีกครั้ง พร้อมกับพรรคชาติไทย และพรรคพลังประชาชน  ทำให้ ส.ส. ในกลุ่มของของสมศักดิ์ ได้ย้ายมาร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ในนามพรรคภูมิใจไทย

แต่ในการเลือกตั้งปี 2557 ซึ่งถูกตัดสินเป็นโมฆะไป เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 16 ต่อมาในปี 2561 เขาระบุจะไม่ทำการยืนยันสมาชิกกับพรรคเพื่อไทย และได้ประกาศเข้าร่วมงานกับ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อกลุ่มการเมืองของตนจากกลุ่ม วังน้ำยม หรือ มัชฌิมา เป็น กลุ่มสามมิตร

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และเป็นแกนนำกลุ่มวังน้ำยม ร่วมกับสมศักดิ์ เทพสุทิน ในสมัยที่เขาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ประสบปัญหาในคดีการจัดซื้อและติดตั้งเครื่องตรวจจับระเบิด (CTX 9000) และการก่อสร้างระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็สิ้นสุดลง ในปี 2555 หลัง ป.ป.ช. มีมติสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ในปี 2550 จากกรณียุบพรรคไทยรักไทย เขาถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นได้เข้าร่วมแถลงข่าวเปิดตัวพรรคภูมิใจไทยในปี 2552 ก่อนจะกลับมาเป็นหัวหน้ากลุ่มสามมิตรซึ่งประกาศร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในปีนี้

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นขุนพลคนสำคัญในรัฐบาลทักษิณ เขาถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบพรรค จากนั้นได้ร่วมก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพรรค

หลังการรัฐประหารปี 2557 เขารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดูแลรับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งกับหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จนกระทั่งในเดือน ส.ค.  2558 ดร.สมคิด จึงได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และปรับให้หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ต่อมาปี 2561 มีกระแสข่าวต่อเนื่องว่า เขาเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญในของกลุ่มสามมิตร

ภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส. นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน

อนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส. พรรคไทยรักไทย และเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จากกรณียุบพรรค ต่อมาได้สนับสนุนพรรคภูใจไทย ซึ่งมีพรทิวา นาคาศัย ภรรยา เป็นเลขาธิการพรรค

ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอดีต สส. เลย พรรคเพื่อไทย และเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พรรคพลังประชาชน

เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ภรรยาของปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็นอดีต ส.ส. เลย ในสังกัดพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย

วันชัย บุษบา อดีต ส.ส. เลย ได้รับเลือกตั้งในปี 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ดำรงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำสวย 2 สมัย และเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ก่อนจะลาออกมาเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ

จำลอง ครุฑขุนทด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก่อหน้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา สังกัดพรรคชาติไทย เมื่อปี พ.ศ. 2523 ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดพรรคปวงชนชาวไทย ในระหว่างปี พ.ศ. 2531-2535 และย้ายมาสังกัดพรรคชาติพัฒนา ซึ่งต่อมาได้มีการยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย

เขาเคย เข้าร่วมชุมนุมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติที่เวทีสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2553

สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง อดีต ส.ส. สังกัดพรรคไทยรักไทย เขาเคยเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่ม นปช. จนกระทั่งรัฐบาลสั่งการปฏิบัติการณ์กระชับวงล้อมในวันที่ 12 พ.ค. 2553 และแกนนำ นปช. ประกาศสลายการชุมนุมไปเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ที่สี่แยกราชประสงค์

สมคิด บาลไธสง เป็นอดีต ส.ส. หนองคาย หลายสมัย เคยสังกัดหลายพรรคการเมือง อาทิ พรรคความหวังใหม่ พรรคพลังธรรม พรรคไทยรักไทย พรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย

เวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส. ร้อยเอ็ด 4 สมัย และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้เคยสังกัดพรรคชาติประชาธิปไตย พรรคกิจประชาสังคม พรรคความหวังใหม่

น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ เริ่มงานการเมืองระดับชาติโดยเป็น ส.ส.ขอนแก่น ในสังกัดพรรคความหวังใหม่ เมื่อพรรคความใหม่ควบรวมกับพรรคไทยรักไทย เขาได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย โดยเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่อมาได้เข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยหลังการรัฐประหาร 2557