ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ กก.บริหารปิดฉากการเมืองตลอดชีพ จริงหรือ?

ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ 2562
ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ 2562

กกต.ชงยุบพรรค ไทยรักษาชาติ (ทษช) ถ้าผิดจริง กรรมการบริหารพรรคปิดฉากการเมืองตลอดชีพ?

จากกรณี เมื่อเวลา 12.43 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติทันที หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติมีหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 1 ราย และเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ร่อนจดหมายหลังการพิจารณารับคำร้องแล้ว สรุปโดยย่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้อง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจะส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ภายใน7วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ติดใจ

และศาลจะนัดพิจารณาครั้งต่อไป ในวันพุธที่ 27 ก.พ. 2562 เวลา 13.30 น.

เลือกตั้ง 2562 ข่าวล่าสุด

“…อธิบายให้ง่ายคือ หากถูกยุบพรรค กรรมการบริหารพรรค (กรณี ทษช. มี 13 ราย) จะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีกำหนด และภายใน 10 ปี จะไม่สามารถไปร่วมจัดตั้ง หรือจดทะเบียนพรรคการเมือง หรือไปเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ได้อีก นั่นหมายความว่า หากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งถูกยุบพรรค เท่ากับว่า ‘ปิดฉาก’ ชีวิตการเป็น ส.ส.-รัฐมนตรี ไปได้เลย…”

พรรคไทยรักษาชาติ ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้ต้นที่ 4 ของพรรคไทยรักไทย ตามที่ประกาศไว้ในเฟซบุ๊กของพรรค กำลังต้องลุ้นว่าจะอยู่ต่อไปในเส้นทางการเมืองอย่างไร หลังจากที่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกเอกสารข่าวระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการรับคำร้องไว้พิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (13) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 โดยจะแจ้งให้ผู้ร้อง (กกต.) ทราบและส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้อง (พรรคไทยรักษาชาติ) ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ไม่เช่นนั้นให้ถือว่าไม่ติดใจในการยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยศาลนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 13.30 น.

4 การกระทำตามมาตรา 92 ส่งวินิจฉัยยุบพรรค

ทั้งนี้ มาตรา 92 ระบุไว้ว่า เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น

(1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

(2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(3) กระทำการฝ่าฝืน มาตรา 20 วรรคสอง ไม่ดำเนินการลักษณะแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน และมาตรา 30, 36, 44, 45, 46, 72 หรือ 74 เช่น เสนอเงิน ผลประโยชน์ทางตรงหรืออ้อม ในการสมัครเป็นสมาชิกพรรค เป็นต้น

และ (4) มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด

มาตรา 94 สุดทางกรรมการบริหารพรรคเว้นวรรค 10 ปี

สำหรับข้อกฎหมายประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 94 นั้น ระบุถึงขั้นตอน กรณีที่หากศาลมีคำสั่งยุบพรรคว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียนประกาศคำสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น

สิ่งที่กระทบต่อตัวบุคคล คือ ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เพราะเหตุดังกล่าว ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก ภายในกำหนดสิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ

3 ทางเลือกของ พรรค ไทยรักษาชาติ

อย่างไรก็ตาม กรณีของพรรคไทยรักษาชาตินี้ ยังต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป 

เวลานี้ ‘พรรคไทยรักษาชาติ’ เสมือนยืนอยู่บนทางสามแพร่ง ซึ่งก็ได้แค่รอลุ้นว่าจะถูกกำหนดให้ต้องเดินไปทางใด

ทางที่ 1 หากศาลตัดสินให้ยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562

  • คณะกรรมการบริหารพรรค 14 คน (ลาออก 1 คน) จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในอดีตหากยุบพรรคจะตัดสิทธิทางการเมืองซึ่งผูกกับสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี แต่ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันจะแยกระหว่าง ‘สิทธิเลือกตั้ง’ และ ‘สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง’

นายอุดมบอกว่าหากถูกยุบพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลา ตีความได้ว่าต้องถูกตัดสิทธิดังกล่าวตลอดชีวิต

ซึ่งการถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งจะมีผลให้ขาดคุณสมบัติทางการเมืองหลายประการ ตั้งแต่การก่อตั้งพรรค การเป็นกรรมการบริหารพรรค รวมถึงการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

  • ผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติรวม 283 คน (แบ่งเขต 175 คน บัญชีรายชื่อ 108 คน) จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ทันที เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 97 (3) กำหนดให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต้องสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันจนถึงวันเลือกตั้ง

ทางที่ 2 ยุบพรรคหลังวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562

  • คณะกรรมการบริหารพรรค 14 คน (ลาออก 1 คน) จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  • ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็น ส.ส. จะมีเวลา 60 วันในการหาพรรคสังกัดใหม่ ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ว่า “…ในกรณีที่ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองเพราะมีคําสั่งยุบพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเป็นสมาชิก และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้น้ันไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วันนับแต่วันท่ีมีคําสั่งยุบพรรคการเมือง ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกําหนด 60 วันนั้น”

ทางที่ 3 ไม่ยุบพรรค โดยพรรคไทยรักษาชาติจะสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไปได้ตามกฎหมาย

สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ 14 คน เต็มไปด้วยนักการเมืองรุ่นใหม่และทายาทรุ่นลูก-รุ่นหลานของตระกูลการเมืองดัง หากถูกศาลสั่งยุบพรรคก็เท่ากับว่าคนรุ่นใหม่ทางการเมืองหลายคนดังต่อไปนี้อาจถูกประหารชีวิตทางการเมืองไปโดยปริยาย

 

14 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ

 

1. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

2. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1

3. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2

4. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3

5. นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4

6. รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค (แจ้งลาออกแล้ว)

7. นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค

8. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค ลูกชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อไทย

9. นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1

10. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค

11. นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3

12. นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ

13. นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค

14. นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค

Facebook Comments