ด่วน ! ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร 10 ปี

ยุบพรรคไทยรักษาชาติ
ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ยุบพรรคไทยรักษาชาติ มติ 6-3 ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี !!

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ วันนี้ โดยไม่ไต่สวนพยาน เนื่องจากหลักฐานทั้งฝ่าย กกต. และ ทษช.นั้นเพียงพอแล้ว ทางฝ่ายกฎหมาย ทษช. ชี้ว่า คำวินิจฉัยออกได้ 2 ทางคือ “ยกคำร้องหรือยุบพรรค” โดยพรรคพร้อมเคารพทุกคำตัดสิน ลุ้นคำวินิจฉัย จะชี้ชะตาตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 14 คน ซึ่งศาลกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย โดยนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มี.ค.เวลา 13.30 น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกัน เวลา 15.00 น.


ล่าสุด วันนี้ (7 มี.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ “ยุบ” พรรคไทยรักษาชาติ ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี

คดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 09.10 น. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นำรายชื่อผู้ที่พรรคเสนอเป็นแคนดิเดท นายกรัฐมนตรี ย้ำนะครับ “มีผู้เสนอ” ซึ่งไม่ได้มาจากการตัดสินใจร่วมกันของกรรมการบริหารพรรค ไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยหลังการยื่น ร.ท.ปรีชาพล ยืนยันว่าพรรคได้ทำถูกต้องตามกฎหมายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีพระราชโองการ ว่า การเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีพรรคไทยรักษาชาติ “มิบังควรอย่างยิ่ง”และในวันต่อมา คือวันที่ 9 ก.พ.2562 นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปประเทศ (ปชช.) ยื่นขอให้ กกต.พิจารณาและวินิจฉัยการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ เข้าข่ายขัดต่อระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการ หาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17ถึงตอนนี้ กรรมการบริการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ เก็บตัวเงียบทั้งหมด ร.ท.ปรีชาพล หายตัวไปจากบ้าน ไม่มีใครพบตัวกระทั่ง วันที่ 10 ก.พ.2562 น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ แซนด์ นายทะเบียน และสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ได้โพสต์ภาพที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Sand Wongnapachant โดยมีภาพร่วมกับร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ที่เดินทางไปทำบุญไหว้พระที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีใจความว่า

“วันนี้เดินทางมาทำบุญไหว้พระที่วัดหน้าพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา กับหัวหน้าพรรคค่ะ ขอบคุณทุกๆ กำลังใจนะคะ Preechaphol Pongpanit”

11 ก.พ. 2561 นายรุ่งเรือง ทิพยศิริ กรรมการบริหารพรรค ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือลาออก ที่สำนักงาน กกต.โดยได้นำเอกสารการยื่นลาออก จากการเป็นสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค ที่ลงชื่อเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2562 มามอบให้ กกต.ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงฯ เป็นนายกฯ โดยการเข้ามาทำงานกับพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการมาช่วยในฐานะนักวิชาการเท่านั้น และช่วยในเรื่องของการร่างนโยบาย ซึ่งการที่ทางพรรคตัดสินใจเช่นนี้ตนเองไม่ได้เข้าไปมีความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น

ฟากฝั่ง กกต. ในวันที่ 12 ก.พ. กกต.ประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องยุบพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวออกมาตลอดทั้งวัน ว่า กกต.มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ กระทั่ง กกต.ต้องออกเอกสารข่าว ยืนยันว่า ที่ประชุม “ยังไม่มีการลงมติ” ยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะประชุมต่อในวันที่ 13 ก.พ.แต่ข่าวลืออมักมาก่อนข่าวจริงเสมอ อีกทั้งในวันดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญ เปิดทำการนอกเวลาราชการ ยิ่งเพิ่มน้ำหนักว่า กกต.จะยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคฯ ได้ปรากฎตัวครั้งแรกในรอบ 4 วัน รวมถึงคณะกรรมการบริหารบางคน ทยอยเดินทางมาถึงพรรคแล้ว อาทิ นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค และ นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองเลขาธิการพรรค, ต้น ณ ระนอง และนายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เป็นต้น ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร้อยโทปรีชาพล ยกมือไหว้ท่วมหัว ขอน้อมรับในพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม และแสดงความจงรักภักดีต่อองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างล้นพ้น ยืนยันในเจตนาบริสุทธิ์ใจ

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญยุบ “พรรคไทยรักษาชาติ”

วันที่ 13 ก.พ. กกต.ได้ได้มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ และในเวลา 12.43 น. มอบหมาย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติทันที หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติมีหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 1 ราย และเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 14.15 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า เลขาธิการกกต. ได้รับมอบอำนาจจากกกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีกกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเสนอคำร้องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น. ต่อจากนั้น ผู้แทนศาลรัฐธรรมนูญ ได้นำคำร้องยุบพรรค และมติศาล ไปแจ้งให้กับกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติทราบ เพื่อชี้แจงข้อหล่าวหา

วันที่ 15 ก.พ. มิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ แถลงว่า ของดหาเสียง 7 วันเนื่องจากกรรมการบริหารพรรคจะต้องยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายุบพรรค

วันที่ 19 ก.พ. จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ เดินทางมาที่พรรค ร่วมประชุมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ คณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ ว่า ยืนยันว่าจะกลับมาหาเสียงอีกครั้งโดยให้เรื่องชี้แจงบุบพรรคเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค

ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติวันที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 15.00 น.

โดยระบุว่า

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (เรื่องพิจารณาที่ 1/2562)

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหลายราย ศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาสั่งในวันนัดพิจารณาต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงไม่ทำการไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 นาฬิกา และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกัน เวลา 15.00 นาฬิกา แจ้งวันเวลานัดอ่านคำวินิจฉัยดังกล่าวให้คู่กรณี

ติดสิทธิ์ 10 ปี กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ห้ามยุ่งการเมือง 10 ปี

14 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ถูกตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีพ ศาลยุบพรรคไทยรักษาชาติ

1. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ

2. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1

3. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2

4. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3

5. นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4

6. รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค (แจ้งลาออกแล้ว)

7. นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค

8. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค ลูกชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อไทย

9. นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1

10. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค

11. นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3

12. นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ

13. นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค

14. นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค

Facebook Comments